"ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ มุ่งมั่นยึดหลักคุณธรรม"
บทความ
ทำสัญญาประนีประนอมในคดีแพ่งเกี่ยวกับเช็ค โดยระบุข้อความในสัญญาทำนองว่า สัญญาประนีประนอมที่ทำไม่เกี่ยวข้องกับคดีในส่วนอาญา ข้อความเฉพาะส่วนที่ระบุว่ามิให้คดีอาญาเลิกกัน ตกเป็นโมฆะ
09 Jan 2020 01:06pm

คำพิพากษาฎีกาที่ 2788/2562

ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลจากการยื่นคำร้องของจำเลยที่ 2 ว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาทซึ่งถูกโจทก์นำไปฟ้องเป็นคดีแพ่งมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลได้พิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว ย่อมเป็นดุลพินิจของศาล ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวว่าถูกต้องตรงความเป็นจริงหรือไม่โดยอาศัยพยานหลักฐานอย่างไร หาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องทำการไต่สวนรับฟังคำคัดค้านของโจทก์เสียก่อนไม่ ฉะนั้น การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืน เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาคำร้องของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 เห็นเป็นการเพียงพอที่จะรับฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามสำเนาคำฟ้องประกอบกับสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งรับรองความถูกต้อง โดยเจ้าพนักงานศาลข้างต้น         ก็ชอบที่จะมีคำวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนก่อน

มูลหนี้ซื้อเครื่องยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ซึ่งจำเลยที่ 2 ชำระหนี้ด้วยเช็คพิพาท ถูกโจทก์นำไปฟ้องเป็นคดีแพ่ง ซึ่งต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ในคดีแพ่งดังกล่าวและศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว ผลของสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินตามมูลหนี้ค่าซื้อเครื่องยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ จากการออกเช็คพิพาทเป็นอันระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่ตนตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดในมูลหนี้ตามเช็คพิพาทได้อีก         จึงต้องถือว่าหนี้ค่าซื้อเครื่องยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ที่จำเลยที่ 2 ออกเช็คพิพาทเพื่อใช้เงินนั้น เป็นอันสิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลในคดีนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกัน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 7 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 ส่วนที่ในสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ระบุไว้ว่า การทำสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาที่วินิจฉัยอยู่นี้ เป็นทำนองยกเว้น มิให้ถือว่าคดีอาญาเลิกกันด้วยก็ตาม แต่ข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายโดยชัดแจ้งจึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวสามารถแยกออกต่างหากจาก

บทความ
    ติดต่อผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค