"ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ มุ่งมั่นยึดหลักคุณธรรม"
บทความ
จะเป็นอย่างไรถ้าร้องทุกข์ว่าตนเองเป็นผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงแต่ตัวผู้ร้องทุกข์เองก็มีเจตนาร้ายแอบแฝง
11 Oct 2021 04:08pm (Update 11 Oct 2021 04:14pm)


คดีฉ้อโกงถือเป็นความผิดที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของผู้เสียหายและถือเป็นความผิดอันยอมความได้หากจะดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดจะต้องแจ้งความร้องทุก์ หรือฟ้องคดีภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันรู้เรื่องหรือรู้ตัวผู้กระทำความผิด

ตามปกติแล้ว ในคดีฉ้อโกงหากบุคคลใดถูกผู้อื่นหลอกลวงจนหลงเชื่อและยินยอมส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้หลอกลวง ก็จะถือว่าผู้ที่ถูกหลอกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาย่อมมีสิทธิร้องทุกข์กับเจ้าพนักงานตำรวจ  เพื่อให้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่มาหลอกลวงนั้นได้

แต่อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่ตัวผู้ถูกหลอกหลงเชื่อยินยอมส่งมอบทรัพย์สินให้ตามคำหลอกลวง แต่ตัวผู้ถูกหลอกเองก็มีเจตนาร้ายมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่นนี้ จะไม่ถือว่าผู้ถูกหลอกเป็นผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงเพราะมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยแม้จะได้ร้องทุกข์กับเจ้าพนักงานตำรวจไว้ พนักงานสอบสวนก็ไม่มีอำนาจสอบสวน 

 

ฎีกาที่ ๒๘๒/๒๕๖๓

แม้ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองคนจะหลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสามคนจึงมอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสามเพื่อให้จำเลยทั้งสามนำเงินไปลงทุนเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงโดยจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้เข้าร่วมลงทุนในหลายลักษณะคิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗๒ , ๑๔๔ , ๑๙๒ , ๒๔๐ , ๒๘๘ และ ๔๓๒ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ผู้ร่วมทุนให้จำเลยทั้งสามกู้ยืมจะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในทุก ๒ ถึง ๓ วันหรือทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ซึ่งผลตอบแทนที่ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจะได้รับล้วนต้องห้ามตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.๒๔๗๕ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๔ (๑) ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๔  ถือว่า เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายทั้งสามสิบสองรับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนาร้ายมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้เสียหายทั้งสามสิบสองจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีสิทธิร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสามในความผิดฐานฉ้อโกงซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ และพนักงานอัยการย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควาอาญา มาตรา ๒ (๔)(๗) และมาตรา ๑๒๐ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง มานั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน

กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ 

ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ  ผู้นั้นกระทำผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรั

บทความ
    ติดต่อผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค